ม่านออฟฟิศ ผ้าม่านที่นิยมใช้สำหรับ สำนักงาน อาคาร ออฟฟิศ ต่างๆในปัจจุบันนั้นจะเป็นรูปแบบของ ผ้าม่านม้วน ( Roller Blinds ) ม่านปรับแสง ( Vertical Blind ) มู่ลี่อลูมิเนียม ( Aluminium Blinds ) หรือบางแห่งก็นำมู่ลี่ไม้ ( Wooden Blinds ) มาใช้ในการตกแต่ง สำนักงาน ออฟฟิศต่าง วัสดุส่วนมากถ้าเป็นม่านปรับแสงก็จะผลิตมาจาก ไฟเบอร์ ผ้าเคลือบสารโพลีเอสเตอร์ อลูมิเนียม ไวนิ้ล แต่ในส่วนของผ้าม่านม้วนวัสดุที่นิยมใช้กันจริงๆก็จะมีพวก โพลีเอสเตอร์ กับ ไวนิ้ล และต้องมีคุณสมบัติในการกันแสงที่ดีกว่าปกติด้วยที่นิยมใช้กัน บางชนิดก็มีเคลือบส่วนผสมในการกันไฟ หรือกันน้ำ ในส่วนของตัวมู่ลี่อลูมิเนียม กับ มู่ลี่ไม้นั้น ลักษณะรูปแบบคล้ายๆกัน ต่างกันแค่วัสดุ ให้ความรู้สึกทันสมัย แต่ให้อารมณ์แข็งๆ คนส่วนมากนิยมนำมาใช้ภายในสำนักงานมากกว่านำมาตกแต่งภายในบ้าน ผ้าม่านสามารถกำหนดแสงให้ผ่านได้ตามความต้องการ บางชนิดกันแสง (UV)และความร้อนได้ 100% บางชนิดสามารถให้เข้าผ่านได้เพียงเล็กน้อย มีผลดีต่อสำนักงาน เพราะสามารถช่วยประหยัดค่าไฟได้ เพราะมี คุณสมบัติกันความร้อน

เรามาดูกันว่าแต่ละแบบเหมาะสม ม่านออฟฟิศ

กับบ้านหรือสำนักงานของท่านอย่างไร

ให้ความรู้สึกอบอุ่น หรูหรา แต่งได้หลากหลายรสนิยม จะเอาแนวน่ารัก หวาน คลาสสิค หรือเรียบหรูก็มีให้เลือกหลากหลายมากๆ นอกจากนั้นเรายังสามารถเลือกชนิดผ้า ความหนา รูปแบบ ลวดลายที่เข้ากับบรรยากาศของห้องในสไตล์ต่างๆ เรียกว่าส่งเสริมการตกแต่งได้อย่างหลากหลายมากๆ

  • ราคาก็มีตั้งแต่ถูกจนถึงแพงเลย สามารถยกระดับการตกแต่งได้ดี แต่ไม่นิยมใช้กับออฟฟิศขนาดใหญ่ เพราะการใช้ผ้าม่านจะทำให้บริเวณนั้นๆค่อนข้างทึบ และปิดกั้นพื้นที่ได้อย่างมิดชิด แต่ก็แลกมาด้วยการที่ต้องมีการถอดไปทำความสะอาดเป็นระยะๆ เพราะผ้ามีคุณสมบัติเก็บฝุ่น
  • การเลือกใช้ผ้าม่านจะเหมาะกับพื้นที่ที่ไม่เยอะมาก ต้องการการปิดกั้นพื้นที่มิดชิด ให้บรรยากาศอบอุ่นสไตล์โฮมมี่ (เหมือนอยู่บ้าน) และมีความขลังในตัวของมันเอง สามารถเลือกใช้ได้หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นโทนสี สไตล์ผ้า หรือจะเลือกที่มีลวดลายต่างๆเพิ่มเติมได้ตามชอบ
ม่านออฟฟิศ

ผ้าม่านปรับแสง มีลักษณะเป็นแผ่นๆหลายๆแผ่นเรียงตัวกันตามแนว โดยในแต่ละแผ่นมีความกว้างของแผ่นอยู่ที่ประมาณ 9-10 ซม. สามารถปรับแสงมากน้อยได้ด้วยวิธีดึงเชือกเม็ดไข่ปลาด้านข้าง เมื่อดึงเม็ดไข่ปลาตัวปรับแสงแล้วนั้น ใบจะทำการพลิกไปด้านข้าง สามารถปรับให้หมุนได้ถึง 180 องศา ในแต่ละข้าง ซึ่งการที่ใบถูกปรับองศานี้เองที่จะสามารถเป็นตัวกำหนด ปริมาณแสงที่เข้ามาจากด้านอกได้ ม่านออฟฟิศ ใบวัสดุที่นำมาทำเป็นม่านปรับแสงนั้น หลักๆแล้วที่นิยมกัน คือ PVC หรือผ้าเคลือบโค้ดติ้ง บางวัสดุ สามารถกันแสงได้ถึง 100% และบางตัวก็สามารถกรองได้ 50-80% ขึ้นอยู่กับตัวแบบที่ต้องการนั้นๆ ค่อนข้างเป็นที่นิยมสำหรับ ออฟฟิต สำนักงาน ตามตึกต่างๆ ด้วยราคาที่ไม่แพงมากนัก และใช้งานง่าย ม่านปรับแสง เป็นเนื้อผ้าตัวเดียวกับม่านม้วน แต่แตกต่างตรงที่ม่านปรับแสงเป็นใบแนวตั้ง และเปิด-ปิด โดยออกไปด้านข้าง(ลักษณะการเปิด-ปิดเหมือนผ้าม่าน) ม่านปรับแสงยังมีลักษณะเด่นอีกประการคือ สามารถเปิด-ปิดใบได้ 180 องศา ผู้ใช้จึงสามารถปรับ รับแสงได้ตามที่ผู้ใช้ต้องการ

ม่านปรับแสง เป็นใบม่านที่วางเรียงกันในแนวตั้ง

โดยใช้ระบบเชือกดึงเพื่อจัดเก็บเข้าไปยังด้านข้าง ม่านปรับแสงมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ลงตัว โดยตัวใบสามารถปรับระดับเพื่อกำหนดทิศทางของแสงและกำหนดการมองเห็น โดยใช้เชือก หรือ ด้ามหมุนปรับระดับควบคุมให้แสงเข้าได้ตามต้องการ ม่านอีกรูปแบบที่ได้รับความนิยม สำหรับก กันร้อน กันแดด กันแสง ลดความร้อนจากกภายนอก เหมาะสำหรับ ออฟฟิศ สำนักงาน อาคาร สถานที่ ที่พักต่างๆ ด้วยความสวยงาม เรียงตัวตามแนวตั้ง ให้ความเป็นระเบียบ รูดเปิด-ปิด เหมือนผ้าม่าน พิเศษกว่านั้นคือการปรับองศาของใบ เพื่อลดหรือเพิ่มแสง รวมทั้งการปรับเปลี่ยนทิศทางของแสงได้ มองเห็นภายนอก

ม่านปรับแสง รูปแบบการวางใบของตัวม่านที่เป็นแนวตั้ง (มีลักษณะคล้ายกับมู่ลี่ แต่เป็นแนวตั้ง) ทำให้สามารถควบคุมปริมาณแสงให้เข้าภายในห้องได้อย่างง่ายดาย ม่านปรับแสง มักถูกนำไปตกแต่งในสถานที่ทั่วไป เช่น ห้องทำงาน ห้องครัว ห้องนั่งเล่น หรือแม้แต่ห้องนอน ด้วยรูปแบบของม่าน จะช่วยทำให้บรรยากาศของตัวห้อง ดูสวยงาม ทันสมัย ช่วยกันแดด กันแสง ลดความร้อนจากภายนอก สามารถปรับองศาของใบเพื่อลดแสง เพิ่มแสง หรือปรับเปลี่ยนทิศทางของแสงได้อย่างอิสระ ให้ความเป็นระเบียบ เปิด-ปิดได้สะดวก

ข้อดีของม่านปรับแสง คือทำความสะอาดได้ง่ายเพียงดูดฝุ่นธรรมดา

ไม่ต้องซักให้ยุ่งยาก หรือหากเป็นรุ่นที่เป็นไฟเบอร์ เคลือบ PVC. ก็จะกันน้ำด้วย สามารถนำผ้าชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดได้เลย โดยไม่ทำให้เกิดการสะสมของแบคทีเรีย และเชื้อราบนม่าน

  1. ม่านปรับแสงแบบโปร่งแสง (Dimout) เป็นม่านปรับแสง ที่ตัวใบทำมาจากเส้นใย Polyester และ Cotton ชนิดพิเศษ โดยม่านปรับแสงแบบ Dim Out นี้จะทำให้ห้องดูสว่าง เนื่องจาก แสงสามารถสามารถผ่านเข้ามาในห้องได้ สามารถกันแสงได้ 50-70% ตัวม่านไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอก
  2. ม่านปรับแสงแบบกรองแสง (Sunscreen) เป็นผ้าชนิดกรองแสง ทำมาจากด้าย Polyester หรือ Fiberglass เคลือบด้วย PVC ชนิดพิเศษ โดยคุณสมบัติเด่น คือ น้ำหนักเบา สามารถมองทะลุได้ ใช้กันสายตาในเวลากลางวัน
  3. ม่านปรับแสงแบบทึบแสง (Blackout) เป็นผ้าที่ทำมาจากเส้นด้าย Polyester หรือ Fiberglass แต่เคลือบด้วย PVC ที่มีส่วนผสมของคาร์บอน ทำให้สามารถกันแสงได้ 90-100%

ดูแว้บๆ จะคล้ายกับมู่ลี่ เพราะมีใบเหมือนกัน ต่างกันคือม่านปรับแสงจะเป็นแผ่นๆในแนวตั้งที่เราสามารถดึงหรือรูดม่านเพื่อที่จะเลื่อนเปิดทางด้านข้าง สามารถปรับองศาใบให้ได้มุมรับแสงตามที่ต้องการ ส่วนใหญ่เป็นที่นิยมใช้ในออฟฟิศกันมากกว่าในบ้านพักอาศัย

ประเภทของม่านปรับแสง

  • ม่านปรับแสงดิมเอาท์ (Dimout) ใบม่านปรับแสงผลิตมาจากเส้นใย polyester ด้วยโทนสีและลวดลายที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศห้อง ผนังห้อง หรือแม้กระทั่งเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ที่ตกแต่งภายในห้องนั้นๆ โดยสามารถป้องกันแสงยูได้ได้ถึง 50-70% สามารถปรับระดับการรัแสงสว่างให้กัห้องได้อย่างง่ายดาย ใช้งานง่าย สะดวกสบาย ง่ายต่อการดูแลรักษาอีกด้วย ม่านออฟฟิศ
  • ม่านปรับแสงซันสกรีน (Sunscreen) ม่านปรับแสงประเภทนี้ เป็นรุ่นพิเศษที่สามารถมองเห็นวิวบรรากาศภายนอกตัวอาคารได้ ซึ่งเนื้อผ้าของม่านปรับแสงผลิตมาจากเส้นด้าย Polyester หรือ Fiberglass ซึ่งเส้นด้ายมีการเคลือบด้วย พีวีซี ซึ่งเหมาะมากสำหรับใครที่ไม่ต้องการความทึบ ต้องการพักผ่อน สบายตา และไม่ทำให้ห้องรับแสงแดดจัดจ้านอีกด้วยละ
  • ม่านปรับแสงแบล็คเอาท์ (Blackout) รุ่นนี้เรียกได้เลยว่าเป็นชนิดที่ทึบแสงสุดๆ เส้นด้ายของใบปรับแสง ผลิตจาก Polyester หรือ Berglass และเคลือบด้วยพีวีซี อีกชั้น รุ่นนี้สามารถป้องกันแสงแดดได้อย่างดี เนื่องจากมีส่วนผสมของคาร์บอน จึงสามารถป้องกันความร้อนจากแสงแดดด้านนอกได้ถึง 100% เลยละ ซึ่งประโยชน์ของม่านปรับแสง Blackout นั้นนอกจากจะช่วยกันแสงแดดจากด้านนอกแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานของเครื่องปรับอากาศได้อีกด้วย ซึ่งเหมาะอย่างมากสำหรับใครที่ต้องการเพิ่มความเป็นส่วนตัว

ม่านปรับแสงในห้องประชุม หน้าตาม่านปรับแสงดูมีความเป็นระเบียบเรียบร้อยกว่ามูลี่หน่อย ด้วยวัสดุที่ใช้เป็นผ้าทำจากโพลีเอสเทอร์หรือไฟเบอร์แล้วเคลือบ PVC ลุคที่ได้จึงดูเรียบๆ มีความเป็นทางการ และไม่ดูก๊องแก๊ง เรียกว่าดูโปรกว่า เมื่อปิดม่านแล้ว การกรองแสงและการมองเห็นสามารถเลือกได้ว่าต้องการให้ทึบแสงและมองภายในห้องไม่เห็น หรือแสงเข้าได้นิดหน่อยจะเห็นในห้องไม่ค่อยชัด เป็นการแบ่งวัสดุให้ตรงกับการใช้งานได้ดีเลย

ม่านปรับแสงเหมาะกับพื้นที่กว้างๆ สามารถแบ่งพื้นที่รูดจากตรงกลางไปเก็บด้านข้างทั้งสองด้าน หรือหากพื้นที่ไม่กว้างมาก ก็สามารถกำหนดให้รูดไปทางเดียวได้เลย ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นม่านปรับแสงหรือมูลี่ ข้อดีหลักๆของมันคือการปรับองศาของใบเพื่อกำหนดปริมาณแสงที่ผ่านเข้ามามากน้อยได้ตามต้องการ

Tips: การเลือกม่านปรับแสงให้มีลูกเล่น ให้เลือกสีที่ไม่เหมือนกับผนัง เพื่อให้ไม่กลืนหรือดูราบเรียบเกินไป และ ม่านปรับแสงราคาจะสูงกว่ามู่ลี่หน่อย

ม่านออฟฟิศ

ผ้าม่านม้วน มีลักษณะเป็นม้วนกลมๆ

ความกว้างที่นิมกันไม่ควรเกิน 2 เมตร เพราะจะทำให้หนักมากเมื่อใช้งาน การดึงเปิดปิดเป็นรูปแบบขึ้นบนลงล่างโดยใช้เชือกเม็ดไข่ปลาที่อยู่ด้านข้างของตัวม่านม้วนเป็นตัวกำกับ สามารถปรับระดับการกันแสงได้ตามระดับเชือกเม็ดไข่ปลาที่เราควบคุม นิยมแบ่งเป็นชุดๆตามกรอบเฟรมของหน้าต่าง ม่านออฟฟิศ โดยใช้เส้นแบ่งกลางของเฟรมหน้าต่างเป็นตัวตัด อาคาร สำนักงาน ออฟฟิศ ntscurtain นิยมใช้ผ้าม่านม้วนรุ่นนี้เป็นจำนวนมาก ด้วยรูปทรงของหน้าต่างที่อยู่ตามตึกต่างๆ จะมีลักษณะไม่กว้างและไม่สูงมากนัก แถมยังมีกรอบเฟรมของหน้าต่างแบ่งให้ชัดเจนอีกด้วย ม่านม้วน ลักษณะของการเปิดปิด คือการม้วนขึ้นม้วนลง จึงทำให้ประหยัดพื้นที่ด้านข้าง อีกทั้งม่านม้วนยังสามารถปรับระดับความสูง-ต่ำ ได้แล้วแต่ความต้องการของผู้ใช้งาน ม่านม้วนยังมีหลายชนิดที่ใช้แตกต่างกัน

ม่านม้วน คือ สินค้าในกลุ่มผ้าม่านชนิดหนึ่ง มีรูปทรงในการใช้งาน แบบม้วนเก็บ มีแกนม้วนสปริงในตัว การเก็บหรือ เปิด-ปิด ตัวผ้า โดยม่านม้วนแบ่งออกเป็น 3 แบบ ดังนี้

  • รุ่นโซ่ดึง จะสามารถม้วนเก็บผ้าม่าน โดยการดึงโซ่ขึ้นหรือลง สามารถเลือกโซ่ที่ะติดตั้งไว้ได้ทั้งซ้ายและขวา
  • สปริงม้วนเก็บ จะม้วนเก็บโดยการกระตุกเชือกเบาๆบริเวณรางด้านล่าง
  • รุ่นรีโมทคอนโทรล จะมีทั้งแบบที่ใช้สวิตซ์ และรีโมทคอนโทรล ในการควบคุมการขึ้น-ลงของตัวผ้าม่าน

ม่านม้วน ม่านม้วนเป็นอีกวัสดุที่นิยมใช้ในออฟฟิศมากๆ เพราะได้ลุคที่ดูเรียบๆทันสมัย มีความเป็นสากล ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งออฟฟิศ ร้านค้า สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อาจจะดูไม่เป็นทางการเท่ากับม่านปรับแสง แต่ก็ดูทันสมัยกว่าและใช้ได้ทั้งกับพื้นที่น้อยๆ หรือพื้นที่กว้างๆก็ยังดูมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย การเลือกใช้ม่านม้วนส่วนใหญ่จะมีการกำหนดความกว้างเท่าๆกับแผ่นกระจกหรือเส้นกั้นพื้นที่ในห้องเพื่อให้สามารถแบ่งพื้นที่เปิดปิดบางส่วนได้

วัสดุเป็นตัวเดียวกันกับม่านปรับแสงคือเป็นไฟเบอร์แล้วเคลือบ PVC ที่เพิ่มเติมมาคือเราสามารถเลือกได้อีกว่าอยากใช้แบบทึบ โปร่งเล็กน้อย หรือโปร่งมากได้ตามลักษณะพื้นที่ใช้งาน และด้วยความที่วัสดุไม่ได้มีซอกหลืบเหมือนมู่ลี่และม่านปรับแสง ทำให้ทำความสะอาดได้ง่ายกว่า เพียงใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดก็สะอาดแล้ว และโอกาสที่จะเกิดความเสียหายจากการทำความสะอาดก็น้อยกว่าด้วย

ข้อดีของม่านม้วนและม่านปรับแสง

ที่เหมือนกันคือสามารถเลือกความทึบของวัสดุได้ เราจะต้องการให้เห็นวิวด้านนอกห้อง ด้านนอกมองเข้ามาในห้องชัด-ไม่ชัด และแสงที่ส่องเข้ามามากน้อยก็กำหนดได้เอง วัสดุทั้งสองตัวนี้จึงเป็นที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน

ม่านม้วนกรองแสง ซึ่งวัสดุและรูปแบบทั้ง 4 ข้อข้างต้นจะสามารถบังแสงแดดและกั้นความเป็นส่วนตัวได้ แต่กรณีเป็นผนังกระจก ถ้าทั้ง 4 ด้านเป็นม่านอย่างเดียว อาจดูน่าเบื่อ ไม่มีลูกเล่นหรืออึดอัด ถ้าผสมกับวัสดุอย่างกระจกฝ้า ก็จะทำให้ห้องดูไม่น่าอึดอัด ดูมีลูกเล่นได้ดีทีเดียว ผ้าม่านพาหุรัด NTS curtain – โง้วเต็กเซ้ง

มู่ลี่อลูมิเนียม ที่สุดของคำว่าผ้าม่านสำนักงาน หรือ ม่าน ออฟฟิศ

เพราะนิยมใช้กันค่อนข้างมาก ด้วยเหตุที่ว่ามีราคาถูก ทำความสะอาดง่าย มีสีสรรให้เลือกเยอะแยะ เลือกได้ 3 ขนาด ก็คือ ใบกว้างขนาด 2.5 ซม. , 3.5 ซม. และ 5 ซม. ความหนามาตรฐานของตัวใบจะอยู่ที่ 0.21 ซม. ลักษณะการใช้งาน เป็นรูปแบบ ดึงเชือกเพื่อ ยกระดับมู่ลี่อลูมิเนียมขึ้น และปลดเชือกเพื่อปล่อยมู่ลี่อลูมิเนียมลง ปรับแสงด้วยการใช้ก้านอคิลิค ปรับหมุนซ้าย-ขวา เพื่อพลิกระดับใบของมู่ลี่ ความสามารถในการกรองแสง ไม่ถึงระดับมืด 100% กรองได้แค่บางส่วน

มู่ลี่ไม้ถึงแม้จะมีคนส่วนมากนิยมนำไปใช้ในการตกแต่งบ้าน หรือ คอนโด ซะมากกว่า แต่ในด้านการตกแต่ง สำนักงาน ออฟฟิศในสมัยนี้ก็นิยมไม่แพ้กันเลยทีเดียว เพราะการตกแต่ง สำนักงาน บริษัทสมัยนี้ ไม่ได้ตกแต่งเป็นสไตล์ดูเป็นห้องทำงานแบบโล้นๆ ซะทีเดียว แต่นิยมจัดให้ดูหลากหลาย ซึ่งเจ้ามู่ลี่ไม้นี้แหละก็มีส่วนตอบโจทย์ในการตกแต่ง สำนักงาน เพราะทำให้บรรยากาศ ในบริษัทดูเป็นธรรมชาติ

มีให้เลือกหลากหลายสีสรร ขนาดใบก็มีให้เลือกถึง 3 ขนาด ทั้ง 2.5 ซม. 3.5 ซม. และ 5 ซม. เหมือนมู่ลี่อลูมิเนียมไม่มีผิด มู่ลี่อลูมิเนียมหรือมู่ลี่ไม้ ลักษณะใบเป็นแนวนอน สามารถเปิด-ปิดใบเพื่อรับแสงได้ 180 องศา ลักษณะของการเก็บคือ พับขึ้นด้านบน มู่ลี่อลูมิเนียมจะเป็นที่นิยมใช้ในสำนักงานมากกว่ามู่ลี้ไม้เพราะใีราคาที่ถูกกว่ากันมากและมีน้ำหนักเบากว่า มู่ลี้ไม้มักจะนิยมติดในห้องระดับผู้บริหารมากกว่าห้องทำงานทั่วไปเพราะมู่ลี้ไม้จะทำให้ห้องดูสวยและหรูหราขึ้น ดูชนิดต่างๆของมู่ลี่อลูมิเนียมและมู่ลี่ไม้

หลายๆคนอาจจะสับสนระหว่างมู่ลี่กับม่านปรับแสง ซึ่งมู่ลี่จะมีลักษณะเป็นแผ่นใบเรียงกันตามแนวนอน พร้อมก้านหรือเชือกให้ปรับระดับของใบมู่ลี่ให้เปิดปิดในองศาที่ต้องการได้ ในขณะที่ม่านปรับแสง จะเป็นแผ่นผ้าหรือวัสดุสังเคราะห์ที่จัดเรียงในแนวตั้ง ม่านออฟฟิศ

  • ม่านหลุยส์ เป็นผ้าม่านที่มีดีไซน์หรูหรา คลาสิค สวยงาม ดูอลังการ โดยมีเอกลักษณ์ที่ ลูกหลุยส์เป็นม่านทรงโค้งหรือหยดน้ำอยู่ด้านบนและมีหางหลุยส์เป็นชายผ้าที่เรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ซ้าย-ขวาอย่างลงตัว ให้ความรู้สึกที่หรูหรา สวยงามอย่างมีระดับ เป็นผ้าม่านหรูที่เหมาะมากเลยทีเดียวผ้าเป็นรูปแบบผ้าม่านที่ได้รับอิทธิพลมาจากการประดับตกแต่งอาคาร
  • ผ้า ม่าน ห้อง นอน ผ้าม่าน อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ และความสวยงามให้แก่ห้อง นอกจากนี้ผ้าม่านยังมีประโยชน์อีกมากมาย

มู่ลี่และม่านปรับแสง ข้อดีของมูลี่ที่เหนือกว่าการใช้ผ้าม่านก็คือ

เราสามารถเลือกที่จะเปิดมู่ลี่ให้เลื่อนขึ้นทั้งหมด หรือจะปรับองศาของใบให้แสงลอดผ่านได้ในปริมาณที่ต้องการได้เอง โดยการเลือกใช้มู่ลี่จะเหมาะกับพื้นที่ไม่เยอะมาก มีทั้งวัสดุอลูมิเนียม ไม้ และพลาสติกเกรดต่างๆ ซึ่งถ้าเป็นไม้จะราคาสูงหน่อย ดูมีความเป็นธรรมชาติและสร้างบรรยากาศได้ดี แต่ส่วนใหญ่ในสำนักงานจะนิยมใช้อลูมิเนียมและพีวีซีเพราะมีราคาย่อมเยาลงมา ได้ฟังก์ชั่นประโยชน์ใช้สอยเช่นกัน

มู่ลี่มีหลากหลายวัสดุและสีสันให้เลือกใช้ได้หลากหลายเช่นกัน อาจจะไม่เยอะเท่าผ้าม่าน แต่ก็สามารถกำหนดสีให้เข้ากับการตกแต่งและเฟอร์มิเจอร์ในห้อง โดยส่วนใหญ่นิยมเลือกใช้สีขาว สีเงิน หรือจะไปแนวทางสีเข้มๆก็มีให้เลือกได้ตามต้องการ

มู่ลี่หลายขนาด มู่ลี่ที่ทำจากไม้จะเด่นเรื่องความทนทาน ไม่บิดหักงอง่ายเหมือนวัสดุอลูมิเนียม ม่าน ออฟ ฟิศ

ส่วนใหญ่การใช้มู่ลี่ปิดกั้นความเป็นส่วนตัวจะได้ประโยชน์ในแง่ฟังก์ชั่น ความสวยงามเรียบร้อยอาจจะไม่ดีเท่าที่ควร และด้วยความที่ใบมู่ลี่ค่อนข้างบางและเบา ทำให้การใช้งานต้องค่อยๆดึง ถ้ารุนแรง หรือดึงเร็วเกินไป จะมีปัญหาคือ ใบมูลี่จะพับหรือไม่หันไปทางเดียวกัน รวมถึงตัวแกนใบมู่ลี่หักได้ ก็จะทำให้บังแสงได้ไม่ดี

มู่ลี่สีขาว ถ้ามีพื้นที่กระจกเยอะแล้วใช้มูลี่อลูมิเนียม อาจทำให้อายุการใช้งานไม่นานนัก ด้วยวัสดุที่บางเบา ทำให้เสียหายได้ง่าย ถ้าพื้นที่ไม่เยอะมากก็ใช้ได้ดี ม่านออฟฟิศ

Tip : แนะนำให้เลือกใบมู่ลี่ที่มีความหนาหน่อยจะทำให้แข็งแรง ทนต่อการบิดงอและหักได้มากกว่าแบบบางๆ

สรุป

  1. ผ้าม่าน เหมาะกับโฮมออฟฟิศ เลือกได้หลากหลายสไตล์ ราคาถูกถึงแพง กั้นแสงได้ดีที่สุดถ้าเลือกผ้าที่หนา สีเข้ม แต่เก็บฝุ่น การทำความสะอาดใช้เวลานาน ค่าบริการราคาสูง
  2. มูลี่ แบบอลูมิเนียม ราคาประหยัด กันแสงได้ดี ปรับแสงได้หลายระดับ ใช้งานต้องระมัดระวัง บอบบางที่สุด ถ้าไม่เน้นตกแต่งห้องต้องสวย เน้นความคุ้มค่าเหมาะเลย
  3. ม่านปรับแสง ราคาปานกลาง กันแสงได้ดี ปรับแสงได้หลายระดับ ลุคดูเป็นทางการหน่อย ราคาพอๆกับม่านม้วน
  4. ม่านม้วน วัสดุเดียวกับม่านปรับแสง หน้าตาดูร่วมสมัยกว่า แต่ไม่ควรทำเป็นแผ่นใหญ่ๆ จะดูแข็งทื่อ ควรแบ่งตามช่องกระจก

คำถามที่พบได้บ่อย Q&A

1.คำถาม : ผ้าม่านที่นิยมใช้สำหรับ สำนักงาน อาคาร ออฟฟิศ ต่างๆ ?
คำตอบ ผ้าม่านม้วน ( Roller Blinds ) ม่านปรับแสง ( Vertical Blind ) มู่ลี่อลูมิเนียม ( Aluminium Blinds ) หรือบางแห่งก็นำมู่ลี่ไม้ ( Wooden Blinds )

2.คำถาม : ประเภทของม่านปรับแสง ?
คำตอบ ม่านปรับแสงดิมเอาท์ (Dimout) ม่านปรับแสงซันสกรีน (Sunscreen) ม่านปรับแสงแบล็คเอาท์ (Blackout)

3.คำถาม : Tip : มู่ลี่ ?
คำตอบ แนะนำให้เลือกใบมู่ลี่ที่มีความหนาหน่อยจะทำให้แข็งแรง ทนต่อการบิดงอและหักได้มากกว่าแบบบางๆ

This site uses cookies to offer you a better browsing experience. By browsing this website, you agree to our use of cookies.